โดยส่วนตัวแล้วชอบ Picasaweb ค่อนข้างมาก โดยยกความดีให้กูเกิลสองอย่างคือหน้าจอที่ใช้งานตรงไปตรงมา และโปรแกรม Picasa ที่ให้ความรู้สึกเดียวกันได้เป็นอย่างดี ตัวโปรแกรม Picasa เองนั้นส่วนที่ผมชอบสองสามอย่างคือ ระบบ Star ที่ใช้งานง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เวลาที่กดรูปมาเป็นพันๆ รูป สามารถคัดรูปออกมาเพื่ออัพขึ้นเว็บหรือเขียนซีดีแจกได้ง่ายมาก ยิ่งถ้าใช้วินโดวส์เวลาเขียนซีดีนี่ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ และสุดท้ายคือใช้บนลินุกซ์ได้ แม้จะใช้ซีพียูเยอะไปหน่อย กับเขียนซีดีไม่ได้ แต่การทำงานรวมๆ ของ Picasa ก็ดีมาก แต่ด้วยความสัตย์จริง ปัญหาประการเดียวของ Picasa และ Picasaweb คือระบบการเก็บเงินที่เก็บตามพื้นที่ที่ใช้งาน ต่างจาก Flickr ที่เก็บตามปริมาณภาพที่อัพโหลดขึ้นไป ความรู้สึกไม่มั่นคงกับลูกค้าเกิดขึ้นทันทีด้วยระบบการคิดเงินเช่นนี้ เพราะเขาต้องเสียเงินเพื่อรักษาภาพเดิมที่พวกเขาเคยแชร์อยู่บนเว็บ เทียบกับ Flickr ที่ลูกค้าจ่ายเงินเพื่อการใช้บริการอัพโหลดภาพขึ้นไปเท่านั้น ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในความรู้สึกของผมแล้ว กูเกิลน่าจะเป็นบริษัทที่บริหารต้นทุนในเรื่องของการจัดเก็บข้อมูลได้ดีกว่า Flickr มาก โดยศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่ และความชำนาญในการดูแลระบบคลัสเตอร์ ตัวเลขพื้นที่พื้นที่ 1 กิกะไบต์อาจจะมากพอที่จะใสภาพได้หลายพันภาพ แต่หาต้องมานั่งนึกว่าภาพที่ใส่ลงไปเยอะไปไหม ภาพจะเต็มพื้นที่ที่ซื้อไว้รึยัง หรือหากอัพเกรดแล้วต้องคิดว่าจะต้องไม่ลืมจ่ายเงินทุกปีๆ ผมคงกลับไปใช้ flickr ในที่สุด
วันนี้เป็นวันประชุมครั้งสุดท้ายของ คมช. ต่อเนื่องจากการโปรดเกล้าแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ เลยมาสรุปความคิดตัวเองไว้สักหน่อย ผมเชื่อว่าการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมาเป็นความผิดพลาด อย่างไม่อาจให้อภัยได้ของผู้เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะมีวัตถุประสงค์ใด การรัฐประหารครั้งนี้สร้างรอยแผลต่อการพัฒนาการเมืองไทยไปอีกอย่างน้อยคง 20 ปีหรือหนึ่งชั่วอายุคน รัฐบาลทักษิณนั้นอาศัยช่องที่นักการเมืองทั้งหลายยังอ่อนแอ และมองไม่เห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 40 กำลังขจัดระบบเก่าๆ ที่มีรัฐบาลหลายพรรคออกไปอย่างจงใจ แทนที่จะมีการรวมตัวกันเพื่อสร้างความเข้มแข็ง เรากลับได้เห็นการประกาศตัวอยากเป็นนายกของพรรคเล็กพรรคน้อยสารพัด และจบลงด้วยการที่แทบทุกพรรคพ่ายแพ้ต่อไทยรักไทยอย่างหมดรูป คนที่อ่านรัฐธรรมนูญขาดในยุคนั้นและวางตัวได้ถูกต้องคงมีแค่สองคน คือ ทักษิณกับบรรหาร คนแรกนั้นเสนอตัวเข้ามาอย่างถูกจังหวะ อีกคนนั้นรักษาตัวไว้จนรอดมาได้อย่างถูกจังหวะอีกเหมือนกัน ช่องทางที่ทักษิณอาศัยเข้ามาสร้างฐานอำนาจนั้นคือการที่คนไทยแทบทั้งประเทศ ยังไม่มีความเข้าใจว่าผู้แทนที่เขาเลือกเข้าไปนั้น แต่ละคนเข้าไปทำอะไรกันบ้าง จุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดในยุคนั้นคงเป็นเรื่องของ สว. ที่มีความสัมพันธ์กับฝ่ายนิติบัญญัติจนขาดการถ่วงดุลอำนาจไป ความเชื่อที่ผิดของคนไทยที่ไม่เข้าใจถึงการคานอำนาจ และมองระบบการปกครองเป็น “หลวง” กับ “ราฏษร์” สร้างความสับสนว่าเลือก สส. แล้วทำไมต้องเลือก สว. กันไปอีก และผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าคนจำนวนไม่น้อยคิดว่าจะเลือกสองกลุ่มนี้เข้าไป “ช่วยกัน” ทำงาน ความเข้าใจผิดนี้สร้างฐานอำนาจแบบเบ็ดเสร็จให้กับทักษิณได้โดยง่าย และต้องยกความดีให้กับการบริหารที่รวดเร็วของทักษิณที่ทำให้คนจำนวนมากเชื่อว่า “เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว” โดยทั่วไปแล้ว ผมเชื่อว่าแนวคิดการต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” มีความดีในตัวของมันอยู่ คนไทยจำนวนมากเริ่มตระหนก และตระหนักว่าอำนาจในการบริหารประเทศไม่ควรไปตกอยู่ในมือของคนๆ เดียวอย่างเบ็ดเสร็จ ผมเชื่อว่าถ้าพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ร่วมกันคว่ำบาตรการเลือกตั้งในปี 2549 หรือกระทั่งไม่มีการรัฐประหาร [...]
พอดีวันนี้โปรแกรม TrueCrypt 5.0 ออกมา เลยนึกถึงเรื่องหนึ่งที่เคยนั่งคิดเอาไว้ คือเรื่องของการปฏิเสธความรับผิดชอบได้อย่างสมบูรณ์ แนะนำก่อนว่า TrueCrypt นั้นเป็นโปรแกรมเพื่อการเข้ารหัสดิสก์ ที่หากไม่มีรหัสที่ถูกต้องแล้ว แม้จะได้ตัวดิสก์ไป ก็ไม่สามรถอ่านข้อมูลใดๆ ขึ้นมาได้ โดยเรื่องของการเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดในดิสก์นั้น ทางฝั่งวินโดวส์เองก็มีนานานพอดูแล้ว แต่ว่า EFS (Encrypted File System) ของทางวินโดวส์นั้นมีเพื่อการรักษาความลับของข้อมูลเพียงเท่านั้น หากตามพรบ. แล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะสามารถสั่งให้มีการถอดรหัสออกมาได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจ้าหน้าที่ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีข้อมูลในดิสก์อยู่จริง!!!! ฟังก์ชั่น Hidden Volume ของ TrueCrypt นั้นสร้างขึ้นมาเพื่อการนี้ โดยอาศัยการเข้ารหัสดิสก์ทั้งลูก ซึ่งจะส่งผลให้ข้อมูลทั้งดิสก์นั้นเต็มไปด้วยตัวเลขที่ดูเหมือนเป็นตัวเลขสุ่ม (เพราะเข้ารหัสมาแล้ว) แต่ยังคงไว้ด้วยข้อมูลที่อ่านออกบางส่วน เพื่อใช้ในการเริ่มต้นถอดรหัส หลังจากนั้นจึงเอาระบบไฟล์ไปวางไว้ในดิสก์ที่เข้ารหัสนั้น แล้วเข้ารหัสซ้ำเข้าไปอีกที โดยเข้ารหัสทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ส่วนหัวของระบบไฟล์ที่ปรกติต้องเก็บเอาไว้ ทีนี้ถ้าเครื่องเราโดนยึด แล้วเจ้าหน้าที่มาบอกให้เราถอดรหัสดิสก์ ก็บอกรหัสของทั้งดิสก์ไป ก็จะอ่านข้อมูลบางส่วนได้ แต่ที่น่าสนใจคือไม่มีใคร ที่ไม่มีรหัสผ่านที่สอง จะบอกได้เลยว่าไม่มีข้อมูลซ่อนอยู่ในพื้นที่ที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยขยะนั้น น่าสนใจมากกว่ามีใครพยายามทำวิจัยแก้เรื่องนี้กันบ้างแล้วรึยังนะ?
IDE ตัวสุดท้ายที่ผมได้ใช้งานอย่างจริงจังคือ Turbo Pascal สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง และที่ใช้งานในยุคนั้นมีเหตุผลเดียวคือผมไม่รู้จักคอมไพล์เลอร์ว่ามันจะไปอยู่แยกจากเอดิตเตอร์ได้ยังไง (แล้วจะสั่งคอมไพล์ตรงไหน????) ต่อมาเมื่อเข้าสู่โลกของ vim, gcc, และ make แล้ว ผมก็ไม่ได้กลับไปใช้ IDE ใดๆ อีกเลย ด้วยความที่คิดว่าพิมพ์มือเอาเร็วกว่าที่ต้องไปนั่งไล่เมนู ทุกวันนี้ตัวช่วยในการเขียนโปรแกรมของผมจึงกลายเป็น jEdit ที่ต้องคอยเปิด header ต่างๆ เอาไว้เพื่อให้สามารถทำ autocomplete ได้ หลายคนที่เพิ่งเรียนเขียนโปรแกรมอาจจะไม่รู้ว่า โค้ดที่เราเขียนลงไปนั้น มักจะผ่านกระบวนการจากซอฟต์แวร์หลายต่อหลายตัว โดยทั่วไปเท่าที่นึกออกก็จะมี Pre-Processor, Compiler, Assembler, Linker, และ Loader Pre-Processor นั้นถ้าใครเขียนภาษาซีก็เคยเจอคำสั่งที่อยู่หลังเครื่องหมาย # ทั้งหลาย เช่น define และ include คำสั่งเหล่านี้เป็นคำสั่งที่จะถูกประมวลผลโดยซอฟต์แวร์ตัวนี้ โดยมากแล้วมักเป็นการแทนที่ เช่นเอาตัวเลขไปแทนที่คำที่กำหนด หรือไม่ก็เอาโค้ดจากไฟล์หนึ่งไปวางไว้อีกไฟล์ (include) Compiler หลายคนเข้าใจผิดว่าคอมไพล์เลอร์ให้ผลลัพธ์เป็นโปรแกรมที่รันได้เสมอ เช่น .exe ในวินโดวส์ แต่แท้จริงแล้วคอมไพล์เลอร์นั้นเป็นตัวแปลงจากภาษาที่เราใช้พัฒนาซอฟต์แวร์ [...]