ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยทางเลือก ยิ่งเราโตขึ้นเรื่อยๆ ทางเลือกยิ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ที่ยากกว่าคือการตัดทางเลือกที่ไม่ได้ง่ายเหมือนเิดิม เมื่อครั้งยังเด็ก เราถูกทดสอบด้วยทางเลือกง่ายๆ อาจจะตัดสินด้วยสุภาษิตที่ว่า “รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา” ง่ายๆ กันเท่านั้น สิ่งที่เราต้องทำคือการเอาชนะใจตัวเอง เพื่อเลือกทางที่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันดี เมื่อเราโตขึ้น เรากลับเจอทางเลือกที่หลายๆ ครั้งดูดีทุกๆ ทาง การตัดสินใจของเราไม่ได้ขึ้นกับการเลือกสิ่งดีอย่างตรงไปตรงมา แต่เมื่อเราก้าวข้ามการเลือกแต่ละครั้งมา เรามักมีคำถามในใจว่าเราเลือกผิดรึเปล่า เราเลือกดีแล้วหรือ จะดีกว่าไหมถ้าเราเลือกอีกทาง เรามองกลับไป หลายๆ ครั้งที่ผมเป็นเช่นนี้ ผมกล้าบอกตัวเองว่าเลือกถูกแล้ว เพียงหากผมมองย้อนกลับไป นึกถึงวันที่เคยต้องลืนเลือกเส้นทางชีวิตนั้น…. ….แล้วผมยังคงเลือกทางเดิม
ถือว่าเป็น Proposal ฉบับ Alpha แล้วกัน เรื่องของเรื่องคือ ผมเป็นคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในระดับ Power User ซะมาก เรียกว่าที่ทำงานอยู่ทุกวันนี้ก็เกือบทั้งหมด จากการใช้งาน พบว่าข้อด้อยอย่างร้ายกาจของโอเพนซอร์สคือเอกสารที่หาได้ยากมาก โดยเฉพาะภาษาไทย ลองหัดเขียนโปรแกรมด้วย VS.NET สิครับ หนังสืออาจจะหาง่ายกว่าร้านขายกล้วยแขก กลับกันลองพยายามเขียนด้วย mono กับ SharpDevelop….. ผมเข้าสู่โลกการแปลเอกสารครั้งแรกๆ ด้วยการแปลวิธีการใช้งานโปรแกรม SuperVersion ซึ่งหายไประหว่างการย้าย Blognone อย่างน่าเสีัยดาย ตอนนั้นเกิดอาการบ้าบิ่นเมลไปขอแปลเค้าดื้อๆ ผลที่เกิดขึ้นคือ tutorial ฉบับนั้นมีภาษาที่สองเป็นไทย!!! เจ้าของโปรแกรมดีใจโพสลง mailing-list เป็นเรื่องเป็นราว เข้าไปอ่านช่วงหลังมีชาติอื่นยอมไม่ได้ไล่แปลแข่งกับผมอีกสองสามภาษา ความรู้ฟรีๆ ในโลกนี้มีมหาศาล น่าเศร้าที่คนของเราเข้าถึงมันไม่ได้ หลังจากรวบรวมองค์ความรู้ในการแปลมาอยู่พักใหญ่ ผมพบว่าเราอาจจะสร้างกลุ่มคนที่ไม่ทำอย่างอื่น นอกจากการแปลเอกสารเพียงอย่างเดียว ด้วยการนำเอกสารที่แจกฟรีในเน็ต เช่นคู่มือซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจำนวนมาก บทพูดของบุคคลที่น่าสนใจ บทความพิเศษที่เป็น Creative Commons ฯลฯ มาแปลกันไปเรื่อยๆ กระบวนการทำงานที่คิดไว้คร่าวๆ คือ มีตัวแทนไปขออนุญาตมาก่อนให้เรียบร้อย หรือถ้าไม่ต้องขอก็ควรแจ้งเจ้าของเอกสารให้เรียบร้อย อย่างน้อยเขาจะได้ไม่ให้ใครมาทำงานซ้ำกับเรา [...]
เคยอ่านหนังสือเมื่อนานมาแล้ว มีบทวิจารณ์เรื่องที่ฝรั่งมาจัดอันดับว่าไทยเป็นประเทศที่คอรัปชั่นสูงเป็นอันดับเจ็ดของโลก บทความนั้นตอบโต้อย่างดุดันต่างๆ นาๆ พร้อมกับบอกว่าตัวเลขของไทยที่สูงนั้น เพราะำไทยไม่ยอมรับการให้เงินบนโต๊ะอย่างเป็นทางการ ขณะที่ต่างประเทศนั้น มีบริษัทล็อบบี้ทางการเมืองให้บริการเสร็จสรรพ จ่ายเงินกันเป็นล่ำเป็นสัน ฝรั่งมาอ่านแล้วคงงงๆ ว่าแล้วการที่เขายอมรับอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ตรวจสอบได้ จ่ายภาษีเรียบร้อยมันไม่ดีตรงไหน? บ้านเรามองฝรั่งแล้วก็งงๆ นี่มันจ่ายเงินกันให้คนรับรู้ด้วย? ความถูกต้องมันอยู่ที่ตรงไหน…………………… ขณะที่ยุคหนึ่งแล้ว การมีเมียหลายคนเป็นการแสดงฐานะไม่ต่้างจากผู้ชายสมัยนี้สะสม รถ นาฬิกา หรือบางคนอาจจะเป็นปืน ห้าสิบปีข้างหน้า เมื่อน้ำมันใกล้หมดโลก การมีรถเกินหนึ่งคัน และเดินทางไปน้อยกว่าครั้งละสามคนอาจจะหลายเป็นอาชญากรรมก็ได้ ใครจะรู้ ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว ความถูกต้องคืออะไร? มันคืออะไรกัน? ปล[0]. ผมก็มีคำตอบของผมในใจ แล้วคุณล่ะ ปล[1]. ได้รับแรงบันดาลใจจากละครเรือง “ลอดลายมังกร” ปล[2]. ขี้เกียจเลือก สว. เบื่อคนมาหาเสียง
มันจะอยากดังกันไปทำไม ดังแล้วมันได้อะไรขึ้นมา ดังแล้วมันทำประโยชน์อะไรให้ประเทศชาติมั่งมั๊ย ถ้างง ไปอ่านที่ tpagon.com