<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>LewCPE&#039;s Blog &#187; Uncategorized</title>
	<atom:link href="http://lewcpe.com/blog/archives/category/uncategorized/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lewcpe.com/blog</link>
	<description>Me, Life, Social, and Technology</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 May 2012 03:46:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>โกงอีกแล้ว</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1403/corruption/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1403/corruption/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 May 2012 03:46:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1403</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องหนึ่งที่ผมไม่ชอบมากๆ ในสังคมไทยวันนี้ คือ การมองว่าปัญหาทุกอย่างมีรากเหง้ามาจากการโกง การมองเช่นนี้เป็นการมองที่ตื้น และหลายครั้งปัญหาหลายปัญหาก็มีรากเหง้ามาจากความกลัวแบบนี้เอง คนเรามีแนวโน้มคิดว่า &#8220;กันไว้ดีกว่าแก้&#8221; จะไม่ทำให้เกิดปัญหาอะไร ผลที่ได้คือกระบวนการมากมายจนการพัฒนาหลายอย่างทำไม่ได้ หรือทำได้แต่ช้า หรือไม่ก็มีต้นทุนสูงมาก พอต้นทุนสูง คนที่สร้างปัญหาแบบนี้ก็จะมองว่าเป็นการโกง แล้วสร้างกระบวนการที่จะเพิ่มต้นทุนในการพัฒนาเข้าไปอีก เป็นวนเวียนไม่จบสิ้น มันอาจจะได้เวลามองใหม่ แล้วตั้งคำถามดีๆ ว่า &#8220;ปัญหาคืออะไร&#8221;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องหนึ่งที่ผมไม่ชอบมากๆ ในสังคมไทยวันนี้ คือ การมองว่าปัญหาทุกอย่างมีรากเหง้ามาจากการโกง</p>

<p>การมองเช่นนี้เป็นการมองที่ตื้น และหลายครั้งปัญหาหลายปัญหาก็มีรากเหง้ามาจากความกลัวแบบนี้เอง</p>

<p>คนเรามีแนวโน้มคิดว่า &#8220;กันไว้ดีกว่าแก้&#8221; จะไม่ทำให้เกิดปัญหาอะไร ผลที่ได้คือกระบวนการมากมายจนการพัฒนาหลายอย่างทำไม่ได้ หรือทำได้แต่ช้า หรือไม่ก็มีต้นทุนสูงมาก</p>

<p>พอต้นทุนสูง คนที่สร้างปัญหาแบบนี้ก็จะมองว่าเป็นการโกง แล้วสร้างกระบวนการที่จะเพิ่มต้นทุนในการพัฒนาเข้าไปอีก เป็นวนเวียนไม่จบสิ้น</p>

<p>มันอาจจะได้เวลามองใหม่ แล้วตั้งคำถามดีๆ ว่า &#8220;ปัญหาคืออะไร&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1403/corruption/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศีลธรรมทำให้ฆ่า</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1362/kill-for-moral/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1362/kill-for-moral/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 18:17:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1362</guid>
		<description><![CDATA[แม้จะพูดและแสดงออกหลายๆ ครั้งเป็นกลุ่มเสรีนิยม แต่การใช้ชีวิตส่วนตัวผมนั้นเป็นแนวอนุรักษ์นิยมค่อนข้างมาก  (ในโลกความเป็นจริงก็ไม่มีใครยืนข้างไหนสุดตัวอยู่แล้ว) เช่น การไม่เห็นด้วยกับการอวัยวะ, ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง ฯลฯ แต่เรื่องหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยเสมอมา คือการเอา &#8220;ศีลธรรม&#8221; ส่วนตัวไปทำเป็นกฏหมาย ศีลธรรมควรมีสภาพบังคับจากการสอน โน้มน้าว และได้รับการยอมรับจากจิตใจ ไม่ใช่การเอาศีลธรรมไปสวมให้คนอื่นๆ ด้วยการบังคับ กฏหมายที่บังคับแบบรวมกลุ่มนั้น ควรเป็นกฏเพื่อให้ทุกคนในที่นั้น &#8220;โดยปรกติ&#8221; สามารถอยู่ร่วมกันได้ (ถ้ามีฆาตกรโรคจิตคงบอกไม่ได้ว่าปรกติ) ไม่ใช่การวางจากรากฐานแห่งศีลธรรม ที่เอาเข้าจริงแต่ละคนก็ไม่ได้เหมือนกัน แต่มีคนกลุ่มเล็กๆ บางกลุ่มพยายามเอาไปวางฐานให้คนอื่นทำตาม ไม่ใช่แค่ว่าศีลธรรมมัน &#8220;มาก&#8221; เกินไปสำหรับการอยู่ร่วมกัน แต่ศีลธรรมไม่ใช่กฏสำหรับการอยู่ร่วมกันแต่แรก ศีลธรรมในหลายศาสนาเน้นการให้อภัย เพียงการยอมรับ โดยตัวศีลธรรมก็ถือว่าหายกันไป และต้องให้อภัย &#8220;ทั้งหมด&#8221; เพื่อที่จะเริ่มกันใหม่ เราคงไม่สามารถวางกระบวนการยุติธรรมจากระบบนี้ได้ หากทุกครั้งที่มีคนรับสารภาพในศาลแล้วก็ถือว่าหายกันไป เริ่มกันใหม่ แต่น่าแปลก คนอันเปี่ยมไปด้วยศีลธรรมในสังคมตอนนี้ ในภาวะหนึ่งช่างผุดผ่อง เป็นคนดี แต่เมื่อพบคนที่ทำผิดไปจากเส้นศีลธรรมของตัวเอง คนเหล่านี้ก็พร้อมจะลืมเส้นศีลธรรมไปพร้อมกัน แล้วร้องตะโกนว่า &#8220;ฆ่ามัน&#8221; พวกเขาไม่สนใจถึงศีลธรรมแห่งการเมตตาหรือให้อภัย พวกเขาลืมไปแม้แต่หลักของความยุติธรรม พวกเขานึกไม่ออกว่ายังมีคนอีกมากมายที่มีหลักศีลธรรมต่างจากเขา และทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน พวกเขาปกป้องศีลธรรมด้วยการฆ่า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แม้จะพูดและแสดงออกหลายๆ ครั้งเป็นกลุ่มเสรีนิยม แต่การใช้ชีวิตส่วนตัวผมนั้นเป็นแนวอนุรักษ์นิยมค่อนข้างมาก  (ในโลกความเป็นจริงก็ไม่มีใครยืนข้างไหนสุดตัวอยู่แล้ว) เช่น การไม่เห็นด้วยกับการอวัยวะ, ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง ฯลฯ</p>

<p>แต่เรื่องหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยเสมอมา คือการเอา &#8220;ศีลธรรม&#8221; ส่วนตัวไปทำเป็นกฏหมาย ศีลธรรมควรมีสภาพบังคับจากการสอน โน้มน้าว และได้รับการยอมรับจากจิตใจ ไม่ใช่การเอาศีลธรรมไปสวมให้คนอื่นๆ ด้วยการบังคับ</p>

<p>กฏหมายที่บังคับแบบรวมกลุ่มนั้น ควรเป็นกฏเพื่อให้ทุกคนในที่นั้น &#8220;โดยปรกติ&#8221; สามารถอยู่ร่วมกันได้ (ถ้ามีฆาตกรโรคจิตคงบอกไม่ได้ว่าปรกติ) ไม่ใช่การวางจากรากฐานแห่งศีลธรรม ที่เอาเข้าจริงแต่ละคนก็ไม่ได้เหมือนกัน แต่มีคนกลุ่มเล็กๆ บางกลุ่มพยายามเอาไปวางฐานให้คนอื่นทำตาม</p>

<p>ไม่ใช่แค่ว่าศีลธรรมมัน &#8220;มาก&#8221; เกินไปสำหรับการอยู่ร่วมกัน แต่ศีลธรรมไม่ใช่กฏสำหรับการอยู่ร่วมกันแต่แรก ศีลธรรมในหลายศาสนาเน้นการให้อภัย เพียงการยอมรับ โดยตัวศีลธรรมก็ถือว่าหายกันไป และต้องให้อภัย &#8220;ทั้งหมด&#8221; เพื่อที่จะเริ่มกันใหม่ เราคงไม่สามารถวางกระบวนการยุติธรรมจากระบบนี้ได้ หากทุกครั้งที่มีคนรับสารภาพในศาลแล้วก็ถือว่าหายกันไป เริ่มกันใหม่</p>

<p>แต่น่าแปลก คนอันเปี่ยมไปด้วยศีลธรรมในสังคมตอนนี้ ในภาวะหนึ่งช่างผุดผ่อง เป็นคนดี</p>

<p>แต่เมื่อพบคนที่ทำผิดไปจากเส้นศีลธรรมของตัวเอง คนเหล่านี้ก็พร้อมจะลืมเส้นศีลธรรมไปพร้อมกัน แล้วร้องตะโกนว่า &#8220;ฆ่ามัน&#8221;</p>

<p>พวกเขาไม่สนใจถึงศีลธรรมแห่งการเมตตาหรือให้อภัย พวกเขาลืมไปแม้แต่หลักของความยุติธรรม พวกเขานึกไม่ออกว่ายังมีคนอีกมากมายที่มีหลักศีลธรรมต่างจากเขา และทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน</p>

<p>พวกเขาปกป้องศีลธรรมด้วยการฆ่า</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1362/kill-for-moral/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ATM</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1355/atm/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1355/atm/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Jan 2012 10:17:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1355</guid>
		<description><![CDATA[มึงจะเกาหลีไปไหนครับ นึกว่าดู My Sassy Girl ภาคสาม ผลคือนางเอกแสดงขัดๆ ตลอดเวลา มันรู้สึกแปลกๆ ทั้งเรื่อง ดึงอารมณ์ออกจากเรื่อง พระเอกเล่นดี ขำไม่หลอก สปอนเซอร์มีชั้นเชิงกว่ากวน มึน โฮ เยอะ หวังว่าจะดีขึ้นกว่านี้ไปเรื่อยๆ เลิกๆ เสียทีไอ้ที่อยู่ดีๆ ยัดๆ โลโก้เข้ามาในเรือง (ส่วนนึงคงเป็นเพราะยอมเอาสปอนเซอร์ขึ้นต้นหนังไปแล้ว ก็ยังดีกว่าแทรกมาแบบไร้รสนิยมนะ) เข้าใจว่าตั้งใจทำขายต่างประเทศมาก มุขเป็นภาษากายเยอะ ต้องรอดูว่าจะทำสำเร็จไหม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<ul>
    <li>มึงจะเกาหลีไปไหนครับ นึกว่าดู My Sassy Girl ภาคสาม</li>
    <li>ผลคือนางเอกแสดงขัดๆ ตลอดเวลา มันรู้สึกแปลกๆ ทั้งเรื่อง ดึงอารมณ์ออกจากเรื่อง</li>
    <li>พระเอกเล่นดี ขำไม่หลอก</li>
    <li>สปอนเซอร์มีชั้นเชิงกว่ากวน มึน โฮ เยอะ หวังว่าจะดีขึ้นกว่านี้ไปเรื่อยๆ เลิกๆ เสียทีไอ้ที่อยู่ดีๆ ยัดๆ โลโก้เข้ามาในเรือง (ส่วนนึงคงเป็นเพราะยอมเอาสปอนเซอร์ขึ้นต้นหนังไปแล้ว ก็ยังดีกว่าแทรกมาแบบไร้รสนิยมนะ)</li>
    <li>เข้าใจว่าตั้งใจทำขายต่างประเทศมาก มุขเป็นภาษากายเยอะ ต้องรอดูว่าจะทำสำเร็จไหม</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1355/atm/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Single Task Nation</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1353/single-task-nation/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1353/single-task-nation/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Jan 2012 09:58:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1353</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้พยายามทำความเข้าใจกับแนวคิดที่ผมจัดอยู่ในระดับ &#8220;แปลกประหลาด&#8221; (บางครั้งก็เรียกว่า &#8220;ส้นตีน&#8221; ได้เต็มปากเต็มคำ) ความคิดแบบหนึ่งที่เจอบ่อยๆ คือ เราต้องทำเรื่อง XXX ก่อนเรื่องอื่นๆ ความคิดแบบนี้หาได้ไม่ยากตามทีวีต่างๆ เรามักจะเจอผู้รู้มาเสนอ &#8220;รากเหง้า&#8221; แห่งปัญหาทั้งปวงของประเทศไทย ประชาชนผู้รับชมจะรู้สึกมีความหวังกับประเทศชาติภายใน 30 นาทีของรายการนั้นๆ รู้สึกว่าถ้าเราแก้ปัญหานี้ปัญหาเดียวได้ ทุกอย่างก็จะพลันสวยงาม ปัญหาในแบบละครหลังข่าว ทั้งหมดเกิดจากปมเล็กๆ ผูกกันโยงใยเรื่อยมา และมันแก้ได้ เพียงแค่แม่พระเอกรู้ความจริงของลูกสะใภ้แสนดีในช่วงเวลา 30 นาทีก่อนละครอวสานเท่านั้น เรื่องราวที่ฉายมาสามเดือนก็พลันสดใส ความฝันของคนกลุ่มนี้จึงผูกกับความหวังแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพียงแค่เราหยุดทุกเรื่องไว้ ช่างหัวแม่งมันไป แล้วไปแก้ไขปมรากเหง้านั้นได้ ประเทศไทยจึงเจริญวัฒนาถาวรสืบสวัสดีเป็นนิรันดร์กาล เรื่องจริงคือมันไม่มีตอน &#8220;จบบริบูรณ์&#8221; แบบในละครหลังข่าว แม่สามีหูเบายังคงทำเรื่องเลวร้ายหลังพระเอกนางเอกครองรักกันสืบไป ดีไม่ดีแม่พระเอกเลิกยุ่งแล้ว ก็มีเหตุผลล้านแปดที่ทั้งสองจะเลิกกันไปเอง และในชีวิตจริงมันไม่มีปมที่ตรงไปตรงมา ความฝันล้านแปดที่บอกว่าเจอปมสำคัญ หลายครั้งเมื่อแก้มันได้จริงก็เหมือนกับวิ่งตามฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง คนมีความคิดตื้นๆ แบบนี้ไม่สามารถมองภาพรวมการแก้ปัญหาใดๆ ได้ พวกเขารอตอนจบไปเรื่อยๆ ที่ว่าวันหนึ่งจะมีตัวอักษรสีชมพูมาบอกพวกเขาว่าพวกเขาได้เจอตอน &#8220;จบบริบูรณ์&#8221; พวกเขาต้องการ &#8220;ชัยชนะ&#8221; ตลอดเวลา เพราะสิ่งนั้นมันหล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขา เขาสู้มาตลอดเพื่อสิ่งนี้ (แม้พวกเขาจะทำความฉิบหายให้กับสิ่งอื่นไปบ้าง) แต่หากพวกเขาชนะ มันจึงเป็นความบริบูรณ์ในชีวิต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้พยายามทำความเข้าใจกับแนวคิดที่ผมจัดอยู่ในระดับ &#8220;แปลกประหลาด&#8221; (บางครั้งก็เรียกว่า &#8220;ส้นตีน&#8221; ได้เต็มปากเต็มคำ) ความคิดแบบหนึ่งที่เจอบ่อยๆ คือ เราต้องทำเรื่อง XXX ก่อนเรื่องอื่นๆ</p>

<p>ความคิดแบบนี้หาได้ไม่ยากตามทีวีต่างๆ เรามักจะเจอผู้รู้มาเสนอ &#8220;รากเหง้า&#8221; แห่งปัญหาทั้งปวงของประเทศไทย ประชาชนผู้รับชมจะรู้สึกมีความหวังกับประเทศชาติภายใน 30 นาทีของรายการนั้นๆ รู้สึกว่าถ้าเราแก้ปัญหานี้ปัญหาเดียวได้ ทุกอย่างก็จะพลันสวยงาม</p>

<p>ปัญหาในแบบละครหลังข่าว ทั้งหมดเกิดจากปมเล็กๆ ผูกกันโยงใยเรื่อยมา และมันแก้ได้ เพียงแค่แม่พระเอกรู้ความจริงของลูกสะใภ้แสนดีในช่วงเวลา 30 นาทีก่อนละครอวสานเท่านั้น เรื่องราวที่ฉายมาสามเดือนก็พลันสดใส</p>

<p>ความฝันของคนกลุ่มนี้จึงผูกกับความหวังแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพียงแค่เราหยุดทุกเรื่องไว้ ช่างหัวแม่งมันไป แล้วไปแก้ไขปมรากเหง้านั้นได้ ประเทศไทยจึงเจริญวัฒนาถาวรสืบสวัสดีเป็นนิรันดร์กาล</p>

<p>เรื่องจริงคือมันไม่มีตอน &#8220;จบบริบูรณ์&#8221; แบบในละครหลังข่าว แม่สามีหูเบายังคงทำเรื่องเลวร้ายหลังพระเอกนางเอกครองรักกันสืบไป ดีไม่ดีแม่พระเอกเลิกยุ่งแล้ว ก็มีเหตุผลล้านแปดที่ทั้งสองจะเลิกกันไปเอง และในชีวิตจริงมันไม่มีปมที่ตรงไปตรงมา ความฝันล้านแปดที่บอกว่าเจอปมสำคัญ หลายครั้งเมื่อแก้มันได้จริงก็เหมือนกับวิ่งตามฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง</p>

<p>คนมีความคิดตื้นๆ แบบนี้ไม่สามารถมองภาพรวมการแก้ปัญหาใดๆ ได้ พวกเขารอตอนจบไปเรื่อยๆ ที่ว่าวันหนึ่งจะมีตัวอักษรสีชมพูมาบอกพวกเขาว่าพวกเขาได้เจอตอน &#8220;จบบริบูรณ์&#8221; พวกเขาต้องการ &#8220;ชัยชนะ&#8221; ตลอดเวลา เพราะสิ่งนั้นมันหล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขา</p>

<p>เขาสู้มาตลอดเพื่อสิ่งนี้ (แม้พวกเขาจะทำความฉิบหายให้กับสิ่งอื่นไปบ้าง) แต่หากพวกเขาชนะ มันจึงเป็นความบริบูรณ์ในชีวิต</p>

<p>ก็ขอให้โชคดี&#8230;.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1353/single-task-nation/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

