<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>LewCPE&#039;s Blog &#187; technology</title>
	<atom:link href="http://lewcpe.com/blog/archives/category/technology/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lewcpe.com/blog</link>
	<description>Me, Life, Social, and Technology</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 May 2012 03:46:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>อาหาร 2100</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1398/food-2100/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1398/food-2100/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Apr 2012 16:47:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[technology]]></category>
		<category><![CDATA[imagine]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1398</guid>
		<description><![CDATA[ในปี 2100 พาดหัวหนังสือพิมพ์ซ้ำๆ เช่นทุุกวัน หนุ่มใหญ่ตายคา fitness เพราะออกกำลังกายโดยไม่กินอะไรที่มีพลังงานเลยมาต่อเนื่องหลายวัน ใช่แล้วอาหารไร้พลังงานในยุคนี้เป็นเรื่องปรกติ เราเห็นร้านอาหารจำนวนมากขายอาหารไีร้พลังงานกันเป็นเรื่องปรกติ นวัตกรรมอาหารไร้พลังงานถูกคิดค้นมาได้ตั้งแต่ช่วงปี 2040 แต่กว่าจะเริ่มพัฒนารสชาติและเทคโนโลยีการผลิตให้เหมือนอาหารปรกติได้ก็ต้องใช้เวลาถุึงปี 2050 การคิดค้นเหล่านี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากมนุษย์ชาติต้องผจญกับโรคอ้วนไปแล้วกว่าค่อนโลก หลายร้อยปีแห่งการต่อสู้กับการกันดารอาหาร เมื่อมนุษยชาติชนะสงครามนั้น กลับต้องเจอกับสงครามแห่งโรคอ้วนที่คร่าชีวิตคนไปมากมายตั้งแต่เด็ก แต่เทคโนโลยีไม่ลำบากเท่ากับการให้สังคมยอมรับ หลายสิบปีที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากไม่ยอมรับว่าอาหารไร้พลังงานเหล่านี้ เช่นเดียวกับสมัยที่มนุษยชาติไม่ยอมรับมันฝรั่งที่เข้ามาทดแทนการกันดารอาหาร ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งยืนยันว่าสามารถสัมผัสได้ว่ารสชาติของอาหารไร้พลังงานเหล่านี้แตกต่างจากอาหารปรกติ แม้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ และไม่มีใครยอมเข้าทดสอบ blind test ก็ตามที โลกยังต้องต่อสู้กับโรคอ้วนโดยหวังว่าการลดความอ้วนที่แท้จริงคือการไม่กินเกินกว่าความต้องการ ในยุคที่อาหารราคาถูกจนแทบจะเป็นของฟรีเมื่อเทียบกับรายได้ของคนในยุคนี้ ผมแทะน่องไก่ไร้พลังงาน ผู้ผลิตยืนยันว่ารสชาติมันเหมือนกับน่องไก่เลี้ยงตามบ้านทุกประการ น่องไก่แบบนี้เพิ่งได้รับการยอมรับให้วางขายทั่วไปในปี 2080 ที่ผ่านมา และต้องกลายเป็นอาหารที่แพทย์สั่งให้คนป่วยได้กินเท่านั้น แต่ภายในไม่นานหลังจากนั้นคนเริ่มยอมรับมันมากขึ้น ร้านบุฟเฟ่ห์เนื้อแบบไร้พลังงานร้านแรกเปิดกิจการในปี 2087 มันได้รับความนิยมอย่างสูง และแพร่ออกไปเป็นร้านอาหารไร้พลังงานจนทั่วในช่วงปี 2090 ที่ผ่านมา คนเสียชีวิตจากการขาดอาหารทั้งที่กินอาหารตลอดเวลา แต่กลับกินแต่อาหารไร้พลังงานคนแรกเสียชีวิตในปี 2095 หลังจากนั้นภาครัฐต้องเข้าควบคุมหลายๆ อย่าง ร้านอาหารไร้พลังงานถูกสั่งห้าม และทุกร้านต้องมีเมนูอาหารที่มีพลังงานอยู่ในเมนูด้วยเสมอ ขนมขบเคี้ยวถูกเรียกร้องให้เตือนตัวใหญ่ๆ ว่าเป็นอาหารไร้พลังงาน แอพพลิเคชั่นยอดนิยมกลุ่มใหม่ในช่วงหลายปีมานี้คือ food tracker ที่ให้เราบันทึกว่าเรากินอาหารมีพลังงานไปเพียงพอต่อความต้องการหรือยัง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในปี 2100</p>

<p>พาดหัวหนังสือพิมพ์ซ้ำๆ เช่นทุุกวัน หนุ่มใหญ่ตายคา fitness เพราะออกกำลังกายโดยไม่กินอะไรที่มีพลังงานเลยมาต่อเนื่องหลายวัน</p>

<p>ใช่แล้วอาหารไร้พลังงานในยุคนี้เป็นเรื่องปรกติ เราเห็นร้านอาหารจำนวนมากขายอาหารไีร้พลังงานกันเป็นเรื่องปรกติ</p>

<p>นวัตกรรมอาหารไร้พลังงานถูกคิดค้นมาได้ตั้งแต่ช่วงปี 2040 แต่กว่าจะเริ่มพัฒนารสชาติและเทคโนโลยีการผลิตให้เหมือนอาหารปรกติได้ก็ต้องใช้เวลาถุึงปี 2050 การคิดค้นเหล่านี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากมนุษย์ชาติต้องผจญกับโรคอ้วนไปแล้วกว่าค่อนโลก</p>

<p>หลายร้อยปีแห่งการต่อสู้กับการกันดารอาหาร เมื่อมนุษยชาติชนะสงครามนั้น กลับต้องเจอกับสงครามแห่งโรคอ้วนที่คร่าชีวิตคนไปมากมายตั้งแต่เด็ก</p>

<p>แต่เทคโนโลยีไม่ลำบากเท่ากับการให้สังคมยอมรับ หลายสิบปีที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากไม่ยอมรับว่าอาหารไร้พลังงานเหล่านี้ เช่นเดียวกับสมัยที่มนุษยชาติไม่ยอมรับมันฝรั่งที่เข้ามาทดแทนการกันดารอาหาร ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งยืนยันว่าสามารถสัมผัสได้ว่ารสชาติของอาหารไร้พลังงานเหล่านี้แตกต่างจากอาหารปรกติ แม้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ และไม่มีใครยอมเข้าทดสอบ blind test ก็ตามที</p>

<p>โลกยังต้องต่อสู้กับโรคอ้วนโดยหวังว่าการลดความอ้วนที่แท้จริงคือการไม่กินเกินกว่าความต้องการ ในยุคที่อาหารราคาถูกจนแทบจะเป็นของฟรีเมื่อเทียบกับรายได้ของคนในยุคนี้</p>

<p>ผมแทะน่องไก่ไร้พลังงาน ผู้ผลิตยืนยันว่ารสชาติมันเหมือนกับน่องไก่เลี้ยงตามบ้านทุกประการ น่องไก่แบบนี้เพิ่งได้รับการยอมรับให้วางขายทั่วไปในปี 2080 ที่ผ่านมา และต้องกลายเป็นอาหารที่แพทย์สั่งให้คนป่วยได้กินเท่านั้น</p>

<p>แต่ภายในไม่นานหลังจากนั้นคนเริ่มยอมรับมันมากขึ้น ร้านบุฟเฟ่ห์เนื้อแบบไร้พลังงานร้านแรกเปิดกิจการในปี 2087 มันได้รับความนิยมอย่างสูง และแพร่ออกไปเป็นร้านอาหารไร้พลังงานจนทั่วในช่วงปี 2090 ที่ผ่านมา</p>

<p>คนเสียชีวิตจากการขาดอาหารทั้งที่กินอาหารตลอดเวลา แต่กลับกินแต่อาหารไร้พลังงานคนแรกเสียชีวิตในปี 2095 หลังจากนั้นภาครัฐต้องเข้าควบคุมหลายๆ อย่าง ร้านอาหารไร้พลังงานถูกสั่งห้าม และทุกร้านต้องมีเมนูอาหารที่มีพลังงานอยู่ในเมนูด้วยเสมอ ขนมขบเคี้ยวถูกเรียกร้องให้เตือนตัวใหญ่ๆ ว่าเป็นอาหารไร้พลังงาน</p>

<p>แอพพลิเคชั่นยอดนิยมกลุ่มใหม่ในช่วงหลายปีมานี้คือ food tracker ที่ให้เราบันทึกว่าเรากินอาหารมีพลังงานไปเพียงพอต่อความต้องการหรือยัง และเตือนให้เรากินของหวานก่อนนอนจะได้พลังงานครบถ้วนตามกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวัน</p>

<p>ล่าสุดกลุ่มนักวิจัยกำลังวิจัยอาหารที่รับรู้ว่าเรากินอาหารเข้าไปเท่าใหร่แล้วในแต่ละวัน และปล่อยสารอาหารออกมาให้พอดีกัน ลองจิตนาการถึงยุคที่คุณกินเท่าใหร่ก็ได้แต่ไม่อ้วนหรือไม่ผอมลงเลยสิ</p>

<p>ผมทนรอมันแทบไม่ไหวแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1398/food-2100/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>On the Post PC Era</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1395/on-the-post-pc-era/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1395/on-the-post-pc-era/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Mar 2012 20:39:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[technology]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1395</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องที่มองๆ อุตสาหกรรมช่วงนี้มาสักพักคือความเปลี่ยนแปลงในอีกสองปีข้างหน้า ว่ามันจะเป็นไปในทางไหน จากที่ตอนนี้ฝุ่นยังค่อนข้างตลบ แต่ความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน ตอนนี้โลกเรามีทั้ง PC ที่ยังแข็งแกร่ง, Netbook ที่อ่อนแรง, Ultrabook ที่น่าจะมา, Tablet, และโทรศัพท์มือถือ ส่วนตัวแล้วผมเชื่อแนวทางของ Asus ที่เลือกผลิต transformer ที่สุด ปัญหาสำคัญของวินโดวส์และลินุกซ์แบบเดสก์ทอปทุกวันนี้คือมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการประหยัดพลังงานนัก การทำงานของ OS ออกแบบไว้ให้จำลอง &#8220;เครื่องเสมือน&#8221; สำหรับทุกโปรแกรม ในยุคที่เป็นเดสก์ทอปจริงๆ แนวคิดแบบนี้ก็โอเคดี เพราะพัฒนาง่าย แต่ในยุคที่พลังานเป็นข้อจำกัด มันกลายเป็นปัญหาไป tablet/mobile ทุกวันนี้มีแอพพลิเคชั่นที่ออกแบบมาด้วยแนวคิดยุคใหม่ๆ แอพพลิเคชั่นแยกส่วนที่จำเป็นต้องรันตลอดเวลาออกจากส่วนที่ไม่จำเป็น ส่วนที่ไม่จำเป็นถูกฆ่าได้เสมอหาก OS ตัดสินใจ แต่ด้วย form factor ที่ไม่เหมาะกับการทำงานจริงจัง มันยังเป็นข้อจำกัดอยู่ โลกยังมีตลาดใหญ่มากคือตลาดที่ต้องการออกจากพีซี แต่ต้องการใช้ทำงานแบบเดิม คนเหล่านี้ต้องการ ทำ word processing และ spread sheet เป็นงานหลัก และต้องตอบอีเมลตลอดวัน เข้าห้องประชุม นำเสนองาน ฯลฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องที่มองๆ อุตสาหกรรมช่วงนี้มาสักพักคือความเปลี่ยนแปลงในอีกสองปีข้างหน้า ว่ามันจะเป็นไปในทางไหน จากที่ตอนนี้ฝุ่นยังค่อนข้างตลบ แต่ความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน</p>

<p>ตอนนี้โลกเรามีทั้ง PC ที่ยังแข็งแกร่ง, Netbook ที่อ่อนแรง, Ultrabook ที่น่าจะมา, Tablet, และโทรศัพท์มือถือ</p>

<p>ส่วนตัวแล้วผมเชื่อแนวทางของ Asus ที่เลือกผลิต transformer ที่สุด</p>

<p>ปัญหาสำคัญของวินโดวส์และลินุกซ์แบบเดสก์ทอปทุกวันนี้คือมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการประหยัดพลังงานนัก การทำงานของ OS ออกแบบไว้ให้จำลอง &#8220;เครื่องเสมือน&#8221; สำหรับทุกโปรแกรม</p>

<p>ในยุคที่เป็นเดสก์ทอปจริงๆ แนวคิดแบบนี้ก็โอเคดี เพราะพัฒนาง่าย แต่ในยุคที่พลังานเป็นข้อจำกัด มันกลายเป็นปัญหาไป</p>

<p>tablet/mobile ทุกวันนี้มีแอพพลิเคชั่นที่ออกแบบมาด้วยแนวคิดยุคใหม่ๆ แอพพลิเคชั่นแยกส่วนที่จำเป็นต้องรันตลอดเวลาออกจากส่วนที่ไม่จำเป็น ส่วนที่ไม่จำเป็นถูกฆ่าได้เสมอหาก OS ตัดสินใจ แต่ด้วย form factor ที่ไม่เหมาะกับการทำงานจริงจัง มันยังเป็นข้อจำกัดอยู่</p>

<p>โลกยังมีตลาดใหญ่มากคือตลาดที่ต้องการออกจากพีซี แต่ต้องการใช้ทำงานแบบเดิม</p>

<p>คนเหล่านี้ต้องการ ทำ word processing และ spread sheet เป็นงานหลัก และต้องตอบอีเมลตลอดวัน เข้าห้องประชุม นำเสนองาน ฯลฯ แต่ขณะเดียวกันคนกลุ่มนี้ก็หงุดหงิดกับการที่ต้องแบกสายชาร์จและหาปลั๊กไปเรื่อยๆ</p>

<p>เรื่องที่ผมเชื่อคือวันหนึ่งโลกเราจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เลขาหน้าห้องจะค่อยๆ ใช้แท็บเล็ตทำงาน พิมพ์งานอย่างจริงจัง</p>

<p>และถึงวันหนึ่งเราก็จะเริ่มสงสัยว่าเราจะใช้วินโดวส์ทำไม</p>

<p>รูปร่างหน้าตาคอมพิวเตอร์ที่เราถืออาจจะไม่ต่างออกไป แค่เราแบกมันมากขึ้น น้ำหนักมันเบาลง และเราทิ้งสายชาร์จไว้ที่บ้านยกเว้นเวลาไปต่างจังหวัด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1395/on-the-post-pc-era/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Blognone Upgrade Path</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1392/blognone-upgrade-path/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1392/blognone-upgrade-path/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Mar 2012 06:32:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[technology]]></category>
		<category><![CDATA[blognone]]></category>
		<category><![CDATA[drupal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1392</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ถึงเวลาการอัพเกรด Blognone อีกครั้ง ตอนแรกหวังว่าจะเสร็จในไตรมาสแรก แต่ตอนนี้คงไม่ทันแล้ว (หวังว่าจะเสร็จในช่วงเมษา) แต่เตรียมอะไรไว้หลายๆ อย่างแล้ว คงมาจดอีกไว้ก่อน การอัพเกรดรอบนี้คงเป็น clean install แล้วย้ายข้อมูลจากฐานข้อมูลเดิมมาด้วย script เพื่อลดขยะจากตารางสารพัดจากโมดูลที่เคยใช้ ตั้งแต่สมัย 5-6 ปีก่อน ใช้ Drupal 7 ตามแนวทางเว็บที่ทำไปก่อนหน้าแล้วคือ MEconomics ธีมเป็น Responsive ยกเลิกหน้าเว็บ Mobile/Kindle ออกทั้งหมด แก้ปัญหาเรื่อง SEO ไปด้วยพร้อมกัน เปิด authentication แบบเดัียวคือ OpenID เท่านั้น ยกเลิก Site Network เพราะตัว Drupal เองก็ไม่แนะนำให้ใช้มาตั้งแต่ Drupal 5 แล้ว Workflow จะเปลี่ยนไป เพราะมาใช้ Rules + Field Permissions แทน ทำให้ Writer [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ถึงเวลาการอัพเกรด Blognone อีกครั้ง ตอนแรกหวังว่าจะเสร็จในไตรมาสแรก แต่ตอนนี้คงไม่ทันแล้ว (หวังว่าจะเสร็จในช่วงเมษา) แต่เตรียมอะไรไว้หลายๆ อย่างแล้ว คงมาจดอีกไว้ก่อน</p>

<ol>
    <li>การอัพเกรดรอบนี้คงเป็น clean install แล้วย้ายข้อมูลจากฐานข้อมูลเดิมมาด้วย script เพื่อลดขยะจากตารางสารพัดจากโมดูลที่เคยใช้ ตั้งแต่สมัย 5-6 ปีก่อน</li>
    <li>ใช้ Drupal 7 ตามแนวทางเว็บที่ทำไปก่อนหน้าแล้วคือ MEconomics</li>
    <li>ธีมเป็น Responsive ยกเลิกหน้าเว็บ Mobile/Kindle ออกทั้งหมด แก้ปัญหาเรื่อง SEO ไปด้วยพร้อมกัน</li>
    <li>เปิด authentication แบบเดัียวคือ OpenID เท่านั้น ยกเลิก Site Network เพราะตัว Drupal เองก็ไม่แนะนำให้ใช้มาตั้งแต่ Drupal 5 แล้ว</li>
    <li>Workflow จะเปลี่ยนไป เพราะมาใช้ Rules + Field Permissions แทน ทำให้ Writer สามารถเข้าไป Edit บาง field ได้</li>
</ol>

<p>สิ่งที่จะเกิดขึ้น</p>

<ol>
    <li>เว็บใหม่ๆ น่าจะเกิดขึ้นง่ายกว่าเดิม จาก template เว็บที่สร้างไว้ + OpenID ทำให้วิธีการเชื่อมต่อกัน well define กว่าเดิม</li>
    <li>อาจจะเปิดให้คนเสนอเว็บแบบใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1392/blognone-upgrade-path/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Open Deeds</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1370/open-deeds/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1370/open-deeds/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 14:54:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[technology]]></category>
		<category><![CDATA[internet]]></category>
		<category><![CDATA[social]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1370</guid>
		<description><![CDATA[ความหลากหลายของอินเทอร์เน็ตทำให้คนจำนวนมากมาเจอกันทั้งที่เขาเหล่านั้นอาจจะไม่มีวันได้เจอกันเลยในโลกความเป็นจริง พวกเขาถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันในมิติที่ต่างออกไปจากคนยุคก่อนหน้า แทนที่จะเจอกันจริงๆ เพื่อทำความรู้จัก แต่คนในยุคนี้และยุคต่อๆ ไปจะเจอคนตามเรื่องราวความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความแตกต่างระหว่างกลุ่มคนที่มาเจอกันนั้นจะมากขึ้นเรื่อยๆ การรู้จักกันตัวจริงๆ เรามีข้อมูลมากมายที่จะคาดเดาฝ่ายตรงข้ามได้ เราประเมินอายุ เพศ ศาสนา รสนิยม ฯลฯ ได้ทันทีที่พบกัน  แต่ในอินเทอร์เน็ต ทั้งหมดกลายเป็นเพ่ียงตัวอักษร เมื่อทำความรู้จักกันบนโลกความเป็นจริง เรามีโอกาสที่จะปรับตัวล่วงหน้า ระมัดระวังในบางเรื่อง ช่วงนีคิดถึงเรื่องของการ &#8220;ประกาศตัว&#8221; เพื่อให้คนที่เข้ามาพูดคุยด้วยได้รู้ว่าตัวตนเบื้องต้นของเราเป็นอย่างไร เพื่อให้คนอื่นๆ สามารถทำความเข้าใจได้ดีขึ้น เช่น ผมมองว่าการ unfollow/unfriend ไม่ได้แปลว่าไม่พอใจกัน ผมรับไม่ได้ต่อการพูดคำหยาบ ผมรับได้ต่อการพูดเรื่องเพศ ฯลฯ เราอาจจะสร้างหน้าเว็บสำหรับแนวทางแคบๆ เหล่านี้ขึ้นมา แต่ละแนวทางแคบๆ เช่นนี้มีโลโก้ของมันเองอย่างชัดเจน มีคำอธิบายที่เข้าใจได้ภายในไม่กี่ประโยค รูปแบบนี้เป็นรูปแบบเดียวกับ Creative Commons ที่มี deed ให้อ่านเข้าใจได้ง่ายๆ และมีโลโก้ให้แต่ละคนแสดงตัวได้อย่างชัดเจน การขยายแนวทางนี้ออกไปให้ไม่จำกัดอยู่แค่ลิขสิทธิ์ แต่เป็นแนวทางในสังคมร่วมกัน ในเว็บหนึ่งๆ เองก็อาจจะประกาศแนวทางของตัวเองด้วย deed ชุดหนึ่ง ระบบทั้งหมดอาจจะทำให้คอมพิวเตอร์อ่านเข้าใจได้ (เป็น semantics) เราอาจจะมีเบราเซอร์ตรวจสอบแนวทางของเว็บ และตรวจสอบว่าเข้ากับแนวทางส่วนตัวของเราหรือไม่ เมื่อเราเข้าเว็บใดๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความหลากหลายของอินเทอร์เน็ตทำให้คนจำนวนมากมาเจอกันทั้งที่เขาเหล่านั้นอาจจะไม่มีวันได้เจอกันเลยในโลกความเป็นจริง พวกเขาถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันในมิติที่ต่างออกไปจากคนยุคก่อนหน้า แทนที่จะเจอกันจริงๆ เพื่อทำความรู้จัก แต่คนในยุคนี้และยุคต่อๆ ไปจะเจอคนตามเรื่องราวความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ</p>

<p>ปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความแตกต่างระหว่างกลุ่มคนที่มาเจอกันนั้นจะมากขึ้นเรื่อยๆ การรู้จักกันตัวจริงๆ เรามีข้อมูลมากมายที่จะคาดเดาฝ่ายตรงข้ามได้ เราประเมินอายุ เพศ ศาสนา รสนิยม ฯลฯ ได้ทันทีที่พบกัน  แต่ในอินเทอร์เน็ต ทั้งหมดกลายเป็นเพ่ียงตัวอักษร</p>

<p>เมื่อทำความรู้จักกันบนโลกความเป็นจริง เรามีโอกาสที่จะปรับตัวล่วงหน้า ระมัดระวังในบางเรื่อง</p>

<p>ช่วงนีคิดถึงเรื่องของการ &#8220;ประกาศตัว&#8221; เพื่อให้คนที่เข้ามาพูดคุยด้วยได้รู้ว่าตัวตนเบื้องต้นของเราเป็นอย่างไร เพื่อให้คนอื่นๆ สามารถทำความเข้าใจได้ดีขึ้น เช่น</p>

<ul>
    <li>ผมมองว่าการ unfollow/unfriend ไม่ได้แปลว่าไม่พอใจกัน</li>
    <li>ผมรับไม่ได้ต่อการพูดคำหยาบ</li>
    <li>ผมรับได้ต่อการพูดเรื่องเพศ</li>
    <li>ฯลฯ</li>
</ul>

<p>เราอาจจะสร้างหน้าเว็บสำหรับแนวทางแคบๆ เหล่านี้ขึ้นมา แต่ละแนวทางแคบๆ เช่นนี้มีโลโก้ของมันเองอย่างชัดเจน มีคำอธิบายที่เข้าใจได้ภายในไม่กี่ประโยค</p>

<p>รูปแบบนี้เป็นรูปแบบเดียวกับ Creative Commons ที่มี <a href="http://creativecommons.org/licenses/by-sa/2.0/">deed</a> ให้อ่านเข้าใจได้ง่ายๆ และมีโลโก้ให้แต่ละคนแสดงตัวได้อย่างชัดเจน</p>

<p>การขยายแนวทางนี้ออกไปให้ไม่จำกัดอยู่แค่ลิขสิทธิ์ แต่เป็นแนวทางในสังคมร่วมกัน ในเว็บหนึ่งๆ เองก็อาจจะประกาศแนวทางของตัวเองด้วย deed ชุดหนึ่ง ระบบทั้งหมดอาจจะทำให้คอมพิวเตอร์อ่านเข้าใจได้ (เป็น semantics) เราอาจจะมีเบราเซอร์ตรวจสอบแนวทางของเว็บ และตรวจสอบว่าเข้ากับแนวทางส่วนตัวของเราหรือไม่ เมื่อเราเข้าเว็บใดๆ เราอาจจะได้รับคำเตือนเช่น &#8220;เว็บนี้ยอมรับได้กับการเซ็นเซอร์เนื้อหาแม้ไม่ขัดแต่กฏหมาย แต่ &#8230;&#8230;.. แนวทางทางนี้จะขัดต่อแนวทางของคุณว่าการเซ็นเซอร์ต้องเป็นไปตามกฏหมายเท่านั้น&#8221; เป็นต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1370/open-deeds/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

