สภาพอุดมคติ

เวลาพูดคุยกันโดยเฉพาะเรื่องการเมืองกับใครสักคนในช่วงปีที่ผ่านมา เรื่องน่าเบื่ออย่างหนึ่งคือการยกสภาพความจริง ว่าสภาพอุดมคตินั้นไม่มีจริง

สักพักข้อโต้แย้งว่าสภาพอุดมคติไม่มีจริงก็กลายเป็นข้อสนับสนุนจากสภาพห่างไกล จากความเป็นอุดมคติไปได้อย่างน่ามหัศจรรย์

ข้อเท็จจริง (ซึ่งเป็นได้เพียงเท็จหรือจริง) ว่าสภาพอุดมคติไม่มีจริง มักเป็นการโต้เถียงที่ไม่ก่อให้เกิดปัญญาและความคิดใดๆ และสวนทางกับข้อเท็จจริง (อีกเช่นกัน) ว่าความรู้จำนวนมากที่เราใช้ในชีวิตจริงทุกวันนี้ มาจากการเรียนสภาพอุดมคติของสิ่งรอบตัวเราจำนวนมาก

เราคงไม่บอกว่ากฎของนิวตันไม่เป็นจริง แม้จะเล็กน้อยแค่ไหน แล้วก็เลิกเรียนมันไปเสียเฉยๆ

การไม่อยู่ ไม่เคยอยู่ หรือไม่มีใครเคยอยู่ ในสภาพอุดมคติ ไม่ได้บอกว่าเราไม่สามารถเข้าใกล้ หรือไม่สามารถเข้าใกล้ สภาพอุดมคติไปได้อีกขั้น ปัญหาหลายอย่างที่เกิดจากสภาพนอกเหนือสภาวะอุดมคติสามารถจัดการได้หากเราเข้าใกล้สภาวะมากพอ แบบเดียวกับที่สูตรฟิสิกส์หลายตัวสามารถทำให้ง่ายลงด้วยคำว่า “น้อยมากตัดทิ้ง”

การหาเส้นทาง การรู้ทิศทางที่จะเดิน ยังไงคงดีซะกว่าเดินเปะปะไปมา

พิพิธภัณฑ์

เรื่องที่ไม่เคยคิดมาสมัยเด็กๆ คือจะได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศเยอะเท่านี้ ช่วงแรกๆ ก็งงๆ ไปแล้วไม่รู้จะทำอะไร ช่วงหลังเริ่มจับจุดได้ว่าเดินพิพิธภัณฑ์ กับกินของกินท้องถิ่นนี่ล่ะเวิร์คสุด (จนกว่าจะมีโอกาสไปเที่ยวแบบยาวๆ เป็นเดือนๆ ตามที่ฝันไว้)

เลยมานึกๆ ที่ที่เคยไปมาแล้ว

  • อังกฤษ
    • เทพที่สุดเท่าที่เคยไปมา มีเยอะ ใหญ่ และฟรี
    • ทุกที่จะมีเงินสนับสนุน “ที่แนะนำ” บอกไว้พร้อมตู้หยอดเงิน แต่ไม่มีการเก็บเงิน เดินเข้าไปได้เลย
    • ที่คนไปหลังๆ คือ National History Museum, กับ National Gallery
    • แต่ที่ผมไปเองแล้วประทับใจสุดคือ National Portrait Gallery เนื่องจากภาพบุคคลส่วนมากเป็นการเมือง เลยกลายเป็นการเรียนประวัติศาสตร์อังกฤษ
    • ไปเดินแล้วงงๆ รู้แต่ภาพสวยดีไม่ปะติดปะต่อ แต่มีหนังสือขาย ถ้าได้ไปอีกครั้งคงอินมากกว่าเดิมเยอะ เพราะอ่านประวัติศาสตร์อังกฤษเยอะขึ้นมากในช่วงหลัง
  • สิงคโปร์
    • ไม่ฟรี แพงพอสมควร แถมเล็ก
    • วันที่ไปเป็นวันชาติ National Museum เข้าฟรีหนึ่งที่
    • มีภาษาอังกฤษให้แทบทุกที่ อ่านออก
    • อันแรกที่เข้าไปคือ Peranakan Museum แสดงวัฒธรรมจีนโพ้นทะเลในสิงคโปร์ เทพมาก อันนี้แนะนำ
    • ที่อินเพราะจริงๆ แล้วมันใกล้กับคนจีนบ้านเรามาก แต่วัฒนธรรมจีนในสิงคโปร์หายไปเยอะมากแล้ว เหตุผลหนึ่งคือการจัดสรรที่ดินใหม่ทำให้คนจีนกระจายตัวไป
    • แต่ที่ชอบเพราะมันสะท้อนหลายมุม ความยุ่งเหยิงของการเปลี่ยนผ่านจากวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมมาเป็นคนเมืองสมัยใหม่ ฯลฯ
    • National Museum เป็นห้องจัดแสดงชั่วคราวเยอะ ทั้งด้านหน้า ด้านล่าง และด้านบน
    • มีห้องประวัติศาตร์ แต่วันที่ไปคิวยาว เลยหนี
    • ฝั่งตรงข้ามเป็น Art Gallery ตอนที่ไปเป็นนิทรรศการของไทย แต่ส่วนถาวรก็น่าสนใจดี มีห้องสอนการดูงานศิลปะด้วย
    • โซนพวกนี้เดินถึงกันได้หมดแม้จะเหนื่อยหน่อย
  • ญี่ปุ่น
    • เก็บเงิน และใหญ่โคตร
    • แทบไม่มีภาษาอังกฤษเลย บรรลัยมาก
    • ค่อนข้างกระจัดกระจาย เป็นหย่อมๆ ถ้าไม่ได้อยู่ยาวๆ ไม่มีทางทั่ว
  • ไต้หวัน
    • ได้ไปอันเดียวคือ National Palace Museum
    • แต่ก็ซัดไปทั้งวันแล้ว
    • เก็บเงิน เดินทางลำบาก ออกนอกเมืองไปไกล
    • หาหนังสืออธิบายภาษาอังกฤษไม่เจอ

ที่ควรหาโอกาสไปอีกประเทศคือฮ่องกง

IKEA

คนเห่อจนเลิกเห่อกันทั่วบ้านทั่วเมืองเพิ่งได้ไปกับเค้าครับ

  • ผมว่าจุดเด่นของ IKEA คือของชิ้นถูกๆ ครับ ชิ้นแพงๆ ไม่น่าซื้อเท่าไหร่ ดูจากในแคตตาล็อกคิดแบบนี้ ไปแล้วก็เป็นจริง
  • มีระบบลงทะเบียนสมาชิกด้วยตัวเองให้ทั่วไป กรอกๆ ได้เลย ระบบส่ง SMS ยืนยันหมายเลขให้ สะดวกมาก พร้อมพิมพ์บัตรสมาชิกชั่วคราวให้ทันที
  • ระบบแจกดินสอกับกระดาษจดนี่เป็น gimmick ที่ดี แต่ใช้จริงโคตรไม่เวิร์ค ผมลืมกระดาษจดไว้สักที่ เดินไปสองชั่วโมงหายหมด
  • แอพค่อนข้างดีมาก ตัวเดียวใช้ได้ทั่วโลก แต่ในร้านไม่โปรโมทให้ใช้แทนกระดาษเลย ไหนว่ารักโลก
  • ในไทยใช้การสแกน “รหัสสินค้า” ที่เป็นตัวเลขโดยตรง แทน QR หรือ Barcode สแกนได้เหมือนกันเพราะพิมพ์มาให้แสกน แต่ปรากฎว่าแสกนช้ามาก ติดยาก ยอมแพ้ซะแล้วพิมพ์ QR พร้อมกับโปรโมทแอพเถอะ
  • แอพบอกจำนวนสต็อกสินค้าด้วย เยี่ยมมาก แต่อัพเดตคืนละครั้ง ผมไปเดินเจอสินค้าลดราคา สุดท้ายก็หมด เซ็ง
  • พนักงานคิดเงินไม่ทวงบัตรสมาชิก อันนี้แย่ ทั้งๆ ที่โปรโมทให้สมัครบัตรทั่วร้าน (ผมเองก็บสมัครในร้านนั่นล่ะ) พอจ่ายเงินเดินออกมาอ่าว เพิ่งรู้ตัว ค่าใช้จ่ายต่อบิลพี่แพงกว่าพวกซุปเปอร์เยอะ น่าจะเสียเวลาเพิ่มกับลูกค้าทวงหน่อยนะ
  • แกะใช้งานมาสองชิ้นก็ยังประทับใจดี การออกแบบ make sense สำหรับผม ดูดีใช้งานได้ทั้งที่วัสดุราคาไม่แพงนัก
  • หลอดไฟแพงมาก แพงฉิบหาย ควรหลีกเลี่ยง ผมซื้อถ่านอัลคาไลน์มาลอง
  • โคมไฟใช้เกลียวเล็กจำนวนมากเข้าใจว่าทางยุโรปนิยม แต่เมืองไทยก็น่าจะปรับหน่อยนะ
  • แนวคิดสินค้า “ปรับราคาลงจากปีที่แล้ว” น่าสนใจมาก ร้านในไทยควรเอาเยี่ยงอย่างทั้งหมด ไม่ได้โปร แต่มันถูกลง รู้สึกน่าซื้ออย่างบอกไม่ถูก ผมเกือบเสร็จป้ายนี้ไปชิ้นนึง (เปลี่ยนใจจะไปเอาอีกชิ้น ที่พอหาจริงๆ แม่มหมดสต็อก ไม่เอาแม่มทั้งสองชิ้น)
  • แนวคิด “เส้นทางเดินดูของแนะนำ” ก็น่าสนใจ แต่ผมว่าป้ายยังน้อยไป คนเราจริงๆ ไม่ได้เดินบนทางเดินขนาดนั้น เดินไป ดูของดูห้อง อ่าวอยู่ตรงไหน เผลอไปมาเดินทะลุอีกห้อง อ่าวข้ามไปแล้ว

ฝากซื้อของ

ไปต่างประเทศบ้าง สิ่งที่เจอเรื่อยๆ คือการฝากซื้อของ กำหนดกฎส่วนตัวชี้แจงให้คนฝากซื้อเสมอ

  • ไม่มีการตามหาของให้ เจอคือเจอ เดินเล่นว่างๆ แล้วผ่านร้านจะเข้าไปดู ดังนั้นอย่าฝากอะไรที่ต้องเดินทางเมืองนั้น ร้านนี้ ถนนโน้น
  • บอกราคาที่รับได้เสมอ จะบาทหรือจะประเทศปลายทาง “เกิน XXXX ไม่เอา” กำกับด้วยเสมอ ไม่บอกไม่ซื้อให้
  • ห้ามคาดหวังว่า “ได้ของแน่”
  • ไม่รับคำฝากประเภท “ไปถึงร้านแล้วส่งรูปให้ที”

ความจริงเรื่องหนึ่งคือเดินจ่ายเงินคนอื่นมันก็สนุกดีครับ แต่ถ้าต้องมาเสียงผิดใจกันก็บอกไปเลยว่าไม่รับจบเรื่อง