Category Archives: analysis

Mainstream

ผมเคยได้ยินบิล เกตต์พูดว่าอนาคตของคอมพิวเตอร์คือโทรศัพท์มือถือมานานมากแล้วตั้งแต่สมัย OLPC ออกมาใหม่ๆ ผมเข้าใจมาเสมอว่านั่นเป็นเรื่องของการเมืองเพราะ OLPC มีท่าทีผลักดันโอเพนซอร์สอย่างแข็งกร้าว แต่มาวันนี้ต้องยอมรับว่าผมเข้าใจผิด และบิล เกตต์ มองโลกได้ไกลกว่าคนอย่างผมหลายก้าวนัก ผมมาตระหนักความจริงข้อนี้เอาตอนที่เขียนข่าวโทรศัพท์มือถือใน Blognone เพิ่มขึ้นในช่วงหลังมานี้ ต้องยอมรับว่ามันเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บได้อย่างทรงประสิทธิภาพทีเดียว มาร์คเคยบอกผมว่ามีคนบอกมาอีกที (งงเปล่า?) ว่าสิ่งหนึ่งที่ Blognone ต่างจากเว็บอื่นๆ คือคนเข้ามาอ่านเว็บนี้ปรับตัวเข้ากับเว็บ แทนที่ตัวเว็บจะปรับตัวเข้าหาคนอ่าน ผมยินดีกับจุดแข็งเช่นนี้ แต่ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าผมคาดหมายให้ Blognone กลายเป็นสื่อกระแสหลักไปด้วยในเวลาเดียวกัน ขณะที่ Blognone นำเสนอข่าวต่อต้านการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร และสนับสนุนโอเพนซอร์ส เราก็มีนโยบายชัดเจนที่จะต้อนรับบทความทางการค้าหลากหลายรูปแบบ อย่าง Press Release และ Blognone Jobs ก็นับว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้งคู่ ความสำเร็จในแง่ปริมาณคนของข่าวโทรศัพท์มือถือเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมสนใจ เราอาจจะต้องวางสัดส่วนข่าว “กระแสหลัก” กับข่าว “ชี้นำสังคม” ไปในสัดส่วนที่พอเหมาะเพื่อให้โลกได้รับรู้อีกด้านหนึ่ง และขณะเดียวกัน เราต้องการความมั่นใจว่าคนที่รับรู้อีกด้าน ไม่ได้มีแค่คนที่อยู่ “อีกด้าน” รับรู้กันเอง ความตั้งใจของผมแล้ว ความพอเหมาะระหว่างข่าวแต่ละด้านน่าจะทำได้โดยการที่ผู้สนใจแต่ละด้านเขียนข่าวกันเอง เมื่อคิดว่าข่าวอีกด้านน้อยเกินไปแล้วก็จะมีความพยายามที่จะเขียนข่าวในเรื่องอื่นๆ เพิ่มเข้ามา เราพบว่าเราคงไปถึงจุดนั้นได้ยาก Blognone [...]

ความเห็นต่อการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในไทย

ช่วยมาร์คทำการบ้าน เอามาลงบล็อคแล้วกันเผื่อจะกลายเป็น Blog-Tag ช่วยแนะนำตัวเองคร่าวๆ เช่น ตำแหน่งหน้าที่การงาน ลักษณะการทำงาน วิศวกรคอมพิวเตอร์, ผู้ดูแลระบบ, ผู้ดูแลเครือข่าย, เว็บมาสเตอร์, โปรแกรมเมอร์, นักวิจัย, นักศึกษา (มั่วจริงตู) ใช้อินเทอร์เน็ตมานานแค่ไหน? ใช้อินเทอร์เน็ตในการทำงานเยอะน้อยอย่างไร (เช่น ใช้บ้าง หรือ ขาดไม่ได้) ช่วยอธิบายลักษณะการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบคร่าวๆ (เช่น หาข้อมูลบนเว็บ ทำรายการทีวีออนไลน์) ตั้งแต่ ป. 5 นับรวมแล้วประมาณ 15 ปี เมื่อขาดอินเทอร์เน็ตแล้วประสิทธิภาพการทำงานลดลงเหลือเพียง 1 ใน 10 ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดนผลกระทบจากการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยบ้างหรือไม่? (โดน/ไม่โดน ถ้าโดน เป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน หรือเป็นเจ้าของ/ผู้ดูแลเว็บไซต์ที่โดนเซ็นเซอร์) โดนบ้างไม่มากนัก ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน เนื่องจากมักเป็นการบล็อคแบบทั่วประเทศ ถ้าได้รับผลกระทบจากการเซ็นเซอร์ ได้กระทำการหลบเลี่ยงหรือแก้ไขอย่างไรบ้าง (เช่น ใช้ proxy หรือ Tor, ย้าย ISP, [...]

เห็นต่าง

วันนี้เดินไปซื้อรองเท้ากีฬา เดินไปอย่างสบายใจและกำลังลองรองเท้าอยู่ หันไปอีกทีก็เห็นทั้งบ้านกำลังดู ASTV ผมเกลียด ASTV เพราะคิดว่ามันเป็นทีวีปลุกระดมที่สร้างขึ้นมาเพื่อเหตุผลทางการเมือง และผลประโยชน์ของสนธิเท่านั้น แต่ผมยังซื้อรองเท้าต่อไป แม่ค้าถามว่าจะเอาถุงเท้าเพิ่มไหม ผมไปดูแบบแล้วไม่ถูกใจเลยปฏิเสธไปยิ้มๆ แล้วเดินออกมาพร้อมรองเท้า เรื่องหนึ่งที่ผมไม่ชอบ เวลาอ่านเว็บบอร์ดราชดำเนินคือการจับขั้วกันอย่างสุดโต่ง ผมเห็นกระทู้จำนวนมาก อารมณ์ประมาณว่า “ร้านนี้เปิด ASTV จะไม่เข้าแล้ว ขอให้มันเจ๊ง” และความเห็นสนับสนุน พร้อมกับด่าแช่ง “ฝั่งตรงข้าม” ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ผมเชื่อว่าเราควรตระหนักให้มั่นว่า “ฝั่งตรงข้าม” นั้นเป็นคนไทย และไม่ว่าจะชอบหรือไม่ นี่คือคนที่เราต้องอยู่ร่วมประเทศไปอีกตลอดชีวิต ไม่ว่าอย่างไรเสียเราก็ยังเป็นคนไทยเหมือนๆ กัน ไม่ควรมีการเสนอให้ “ไปอยู่ประเทศอื่น” เกิดขึ้นอีกในบ้านเมืองนี้ เรามีปัญหากัน เราพยายามแก้ปัญหา เราเรียนรู้จากปัญหา แล้วเราจะกลับมาอยู่ร่วมกันเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่า เรามีปัญหา เราฆ่ากัน ใครชนะครองประเทศ

We’re just “pity”

นานมาแล้วผมเคยไปยืนอ่านหนังสือฟรีในร้านหนังสือแถวโบสถ์ หนังสือเล่มนั้นเป็นรวมเรื่องสั้นที่เนื้อหาค่อนข้างหนัก ผมอ่านไปได้แค่เรื่องเดียวแล้วก็พบว่าตัวเองคงไม่อยากอ่านหนังสือแนวนี้เท่าใหร่เลยหยุดอ่านไว้แค่เรื่องเดียวที่ลองอ่านนั่นล่ะ เนื้อเรื่องของเรื่องสั้นเรื่องนั้นพูดถึงครอบครัวหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปช่วยเหลือหญิงท้องแก่ที่ขาดที่พึ่งด้วยการรับมาอยู่ในบ้าน เวลาผ่านไป หญิงสาวคนนั้นดูเหมือนจะมีชีวิตที่สบายเกินไปในสายตาของสมาชิกครอบครัว ทุกคนเริ่มอึดอัดใจที่ต้องช่วยเหลือหญิงคนนี้ พวกเขาเริ่มกดดันให้หญิงคนนี้ต้องทำงาน และกดดันจากสายตาและความรู้สึก เรื่องราวจบลงที่หญิงคนนั้นทำงานจนกระทั่งลูกคลอดออกมาระหว่างทำงาน และครอบครัวก็ตาสว่างขึ้นมาว่าพวกเขาไม่ได้อยากช่วยให้หญิงคนนี้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิมเลย พวกเขาแค่อยากให้มีคนที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาอยู่ในบ้านเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองนั้นสูงขึ้นสักหน่อย และพวกเขาอยากให้มันเป็นอย่างนั้นตลอดไป ผมนึกถึงสังคมไทยในตอนนี้แล้วสังเวชกับความคิดของชนชั้น “ปัญญาชน” จำนวนมาก นานมาแล้วที่เรามองภาพว่าคนต่างจังหวัดขาดโอกาส เราสร้างภาพว่าเราอยากช่วยเหลือเขา ด้วยการออกไปสอนหนังสือเด็กกันปีละสามสี่วัน กับสร้างศาลาที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรให้หมู่บ้านละหลัง แล้วเราก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองว่าเรานี่ช่างสูงส่งเสียจริงที่เราได้ช่วยเขาถึงเพียงนี้ มาวันนี้คนต่างจังหวัดเหล่านี้แหละ ที่เราบอกนักหนาว่าเขาควรได้รับโอกาสต่างๆ นาๆ เริ่มมีเสียงในสังคม เรากลับลำกันทุกอย่าง ด้วยการดูถูกพวกเขาว่าโง่ และควรถูกกดให้อยู่ในระดับต่ำกว่าเช่นนั้นต่อไป พวกเขาไม่ควรมีสิทธิ์มีเสียงอะไร เราอยากให้พวกเขารับการ “บริจาค” จากเราตลอดไป แล้วเราก็รู้สึกว่าเราเป็นคนดีเสียจริง