Spider

เคยอ่านเจอเรื่อง Spider Marketing ครั้งแรกในหนังสือของ ตัน โออิชิ มานึกได้อีกทีตอนที่ mk บอกว่า Codenone มีคนเข้าวันแรก 500 UIP และ 4300 PV ทำให้ผมนึกได้ว่า Blognone นั้นเดือนแรกมี PV ไม่เกินวันละ 60 สองคนต้องนั่งเขียนกันอยู่นับเดือนกว่าจะได้ถึง 100 PV

นั่งนึกแล้วตอนนั้นชีวิตลำเค็ญมาก….. :P

เป็นอีกครั้งที่ผมถูกตอกย้ำด้วยความคิดที่ว่า “ดังก่อนแล้วจะทำอะไรก็ทำ” แม้จะดูห้วนไปบ้าง แต่ความจริงคือในจุดที่เรามีอำนาจต่อรองต่ำๆ การที่เราโน้มตัวเองเข้าหาตลาดบ้าง เพื่อดึงให้ตลาดกลับมาอย่างที่เราเป็นอย่างช้าๆ ก็ดูเป็นเรื่องที่ออกจะเข้าท่าดีเหมือนกัน

ขณะที่ Blognone นั้นบทความทั่วไปค่อนข้างจะ “ตลาด” นับแต่ข่าวกล้องดิจิตอล, ซีพียู, ไปจนถึงวินโดวส์, กูเกิล และแอปเปิล ทำให้ฐานผู้อ่านของเรากว้างออกไปได้ตั้งแต่นิสิตนักศึกษา, คนชอบโมคอม, ไปเรื่อยจนถึงคนที่ไม่ใช้คอมทำอะไรมากไปกว่าการแต่งรูป ขณะเดียวกันเราก็สามารถทำตัวเองให้เป็นกระบอกเสียงทำหรับโลกโอเพนซอร์สได้เรื่อยมา นับแต่การสนับสนุนการใช้ IE7 Firefox เรื่อยมาจนถึงการติดตามข่าวของลินุกซ์เช่น Ubuntu

แม้วันนี้คนอ่านเกือบทั้งหมดของเราจะยังคงใช้วินโดวส์ แต่จุดเริ่มต้นที่ดีจุดหนึ่งคือพวกเขาจะรับรู้แล้วโลกนี้ไม่ได้มีเพียงวินโดวส์ พวกเขาจะได้รับรู้ว่าพวกเขายังมีทางเลือกให้ใช้งานได้ถ้าพวกเขาต้องการ ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกมันในวันนี้หรือไม่

ผมหวังว่า Codenone จะเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มโปรแกรมเมอร์ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่จะตระหนักว่าโลกไม่ได้มีเพียง C#, Java และ PHP แต่ยังมีทางเลือกอีกมากที่เขาอาจจะพบว่ามันเหมาะกับการใช้งานของเขามากกว่า และภาษาเขียนโปรแกรมนั้นไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเครื่องมือที่พวกเขาจะใช้งานมันเพื่อสร้างงานออกมา

ตอนนี้แอบคิดว่าเป็นไปได้ไหมถ้าเราจะเปิดสำนักข่าว Non-IT ในรูปแบบเดียวกับ Blognone?

 

lewcpe

CTO at MFEC PLC. Chief Editor at Blognone.com

 

5 thoughts on “Spider

  1. “คนที่ไม่ใช้คอมทำอะไรมากไปกว่าการแต่งรูป”
    ผมรึเปล่าหว่า?

  2. ภาษาอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจอีกนานเลย

  3. เดี๋ยวเขียนสถิติ 3 วัน Codenone ไปแปะไว้ใน forum

    >ตอนนี้แอบคิดว่าเป็นไปได้ไหมถ้าเราจะเปิดสำนักข่าว Non-IT ในรูปแบบเดียวกับ Blognone?

    อันนี้ขึ้นกับ ‘คน’ อย่างเดียวเลย ที่ Blognone ประสบความสำเร็จได้เพราะเราเองเป็นคนในฟิลด์ รู้ว่าคนในฟิลด์ต้องการอะไร พูดภาษาเดียวกัน แถมคนรู้จัก (ทั้งออนไลน์และออฟไลน์) ก็เป็นคนในฟิลด์อีก และเขยิบไปอีกชั้น คนที่เจอเว็บจาก google ก็ต้องเป็นคนในฟิลด์ (บ้างตามสมควร อย่างน้อยก็ search เป็น) พอมาเจอกันแล้วมันง่าย

    กรณีของ Codenone ยิ่งชัด ถ้าจู่ๆ เปิด community โดยไม่มีคนอย่าง sugree, pphetra, veer ก็คงเฉาตายในเวลาอันรวดเร็ว

    ดังนั้นถ้าเรารู้จักคนอีกกลุ่มหนึ่งที่สนใจในเรื่อง non-IT อย่างจริงจัง ตามทฤษฎีก็ควรเปิดได้

  4. ได้เวลาระลึกถึงความหลังแล้วสินะ

    การสร้าง brand ให้คนรู้จักนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา แต่ blognone ก็ทำสำเร็จได้ ขอแสดงความยินดีด้วยครับ :) ช้าไปรึเปล่า?)

  5. au8ust: โอ้ เว็บเวอร์ชันนั้นเจอแล้วอายตัวเอง ตอนนั้นยังเงอะๆ งะๆ ไม่รู้ว่าเว็บที่เหมาะสมควรจะเป็นยังไง

Comments are closed.