Guilty

น้ำมันแพง แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เราไปปล้นปั๊มน้ำมัน แล้วทำไมเราถึงปล้นซอฟต์แวร์โดยอ้างว่ามันแพงล่ะ?

ผมเชื่อว่าเมืองไทยยังไม่พร้อมกับการบังคับใช้ของแท้เต็มร้อยในวันนี้ แต่ที่สำคัญกว่าการใช้หรือไม่ใช้ของเถื่อน คือจิตสำนึกที่ว่ามันเป็นเรื่องที่ผิด ถ้าเด็กสิบแปดคนนึงใช้ของเถื่อนโดยรับรู้ว่ามันผิด เมื่อเขาเรียนจบแล้วมีงานทำมีรายได้ที่มากพอ เขาก็จะซื้อของถูกกฏหมายเอง และการซื้อนั้นจะสร้างความเคารพในตัวเองว่าเขาเป็นผู้ใช้ของแท้

แต่ถ้าเราสร้างค่านิยมว่าการใช้ของเถื่อนเป็นความชอบธรรม ต่อให้มีเงินเดือนเดืิอนละล้านคนก็ยังไม่ใช้ของแท้อยู่ดี

ที่ลำบากคือจิตสำนึกมันสร้างยากกว่ากว่าเยอะ

Comments 8

  1. ม่อน wrote:

    เดี๊ยวผมจะไปถามเด็กที่ปล้นปั๊มน้ำมันให้ว่ามันปล้นเพราะอะไร :)

    Posted 15 Dec 2006 at 8:23 am
  2. blue wrote:

    ต่างคนต่างความคิด

    Posted 15 Dec 2006 at 8:53 am
  3. memtest wrote:

    เห็นด้วยกับคุณลิวอย่างยิ่งครับ เพราะไม่ว่าซอฟแวร์จะมีมูลค่าเท่าไหร่แต่พอมาถึงเมืองไทยปุ๊บคุณค่ามันกลายเป็นศูนย์ หรือโปรแกรมล่ะ 1 บาท(1 แผ่นมี 50 โปรแกรม ราคา 50 บาท) จริงๆแล้วมันคืออาชญากรรมน่ะครับ มันไม่ต่างอะไรกับการไปปล้นเค้าเลย ตอนนี้โลกกำลังหาทางออกให้ปัญหานี้อยุ่ประตูมันคือOpen Sourceครับ ในปัจจุบันนี้ผมเชื่อว่ามันสามารถใช้ทดแทนซอฟแวร์ปิดหลายๆตัวได้แล้วในด้านคุณภาพ สิ่งที่ยังต้องเพิ่มก็เพียงส่วนของการinstallสำหรับผู้ใช้ตามบ้าน

                ถึงแม้ผมมีความคิดอย่างงี้แต่ตั้งแต่เกิดมาผมก็ยังไม่เคยเสียเงินให้กลับซอฟแวร์ลิขสิทธ์เลยครับ        สิ่งที่ผมทำได้ในตอนนี้คือหันมาใช้โปรแกรมที่เป็นOpenSourceเท่าที่จะทำได้     ค่อยๆเปลี่ยนรุปแบบการใช้งานทีล่ะส่วน   ต่อไป(เมื่อทำงาน)อะไรที่จำเป็นที่จะต้องซื้อก็คงยอมเสียเงินอะไรที่ใช้ของฟรีได้ก็ใช่ต่อไป
    
    Posted 15 Dec 2006 at 1:12 pm
  4. นัท wrote:

    นัทว่า อยู่ที่ความประทับใจแรกค่ะ

    :)

    first impression มันจะทำให้เรามีคติต่อสิ่งนั้นๆอย่างมากโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยล่ะ

    Posted 16 Dec 2006 at 12:23 am
  5. dogdoy wrote:

    เป็นเพราะมันปล้นกันได้ง่ายหรือเปล่าครับ

    ถ้า software เป็นสิ่งที่ไม่สามารถ copy ต่อได้ ผลิตออกมาแค่ไหนใช้ได้เท่านั้น แบบนี้น่าจะปล้นกันได้ลำบาก (กลายเป็นข้ออ้างหรือเปล่าเนี่ย)

    ผมว่าถ้าเรายังไม่เห็นทุกข์เห็นโทษของการใช้ software เถื่อน ก็คงจะเลิกได้ยากครับ

    ยิ่งถ้าเป็นผู้ใช้ตามบ้านทั่วๆไป ที่ไม่รู้ว่าการเขียนโปรแกรมขึ้นมามันยากลำบากแค่ไหน เค้าก็คงไม่เห็นค่าของมันเท่าไหร่

    Posted 18 Dec 2006 at 2:03 pm
  6. p.joy wrote:

    จริง ๆ แล้วเมืองไทยไม่ใช่ต้นตอของ software เถื่อนน่อ เพียงแต่ของไทยเราขายกัน โจ่งแจ้ง (ไม่ได้เข้าข้างเมืองไทยนะ แต่จะกล่าวหาอะไรก็ให้มีถูกหน่อย)

    ต้นต่อน่ะสิงค์โปร์โน่น ไม่แค่ software นะหนังด้วย

    Opensource ก็มีลิขสิทธิ์น่อ

    Posted 19 Dec 2006 at 12:15 am
  7. iPAtS wrote:

    อ่านแล้วนึกถึงโฆษณาที่ต่อต้านการซื้อแผ่นหนังปลอม ที่ว่า คุณคงไม่ขโมยรถ คุณคงไม่ขโมยกระเป๋า แล้วก็ว่า การซื้อแผ่นปลอมเป็นการขโมย

    Posted 21 Dec 2006 at 9:51 pm
  8. BioLawCom wrote:

    อืม…ผมว่า ประเทศไทยไม่ใช่ต้นต่อของเถื่อนนั้นก็จริงครับ P-Joy แต่ ที่มันน่ากลัว คือ นี่ต่างหาก

    “…เคยมีรายงานว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีซอร์ฟแวร์เถื่อนขายอยู่ราว 40%, ประเทศเยอรมัน 76%, ประเทศญี่ปุ่น 81% และประเทศไทยมีถึง 98%…” (โอเคล่ะ ผมว่าจีนคงมากกว่า อาจจะ 99.99 % นู่น)

    ซึ่งประเด็นเรื่องจำนวนพวกนี้ ย่อมเกี่ยวพันอย่างยิ่งต่อ จิตสำนึก วิธีคิด และค่านิยมที่มีต่อของเถื่อน ถ้ามีมาก ก็แสดงว่าคนใช้มาก เมื่อคนใช้มาก เราจะใช้อีกสักคนมันจะเป็นอะไรไปเล่า ?

    คงไม่มีใครที่ไหนมาคอยนั่งถามหรอกกระมังครับว่า ต้นต่อของเถื่อนพวกนี้มันอยู่ที่ไหน ผมเห็นแต่คอยถามกันว่า

    “เฮ้ย ของพวกนี้ ตอนนี้มันหาได้จากที่ไหน เอาแบบง่าย ๆ (ถูกจับยาก) และมีให้เลือกได้มาก ๆ”

    Posted 22 Dec 2006 at 8:25 pm

Post a Comment

Your email is never published nor shared.